เมืองการค้าเสรี ในพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษ

เมืองการค้าเสรี

เมืองการค้าเสรี (Border town) เพิ่มการส่งเสริมการส่งออกสินค้าไทยไป CLMV และปูทางสู่แนวคิดตลาดเดียวกันทั้งภูมิภาค เศรษฐกิจโลกยังคงฟื้นตัวอย่างไม่เต็มที่ส่งผลให้ประเทศไทยต้องปรับตัวและปรับเปลี่ยนโครงสร้างเศรษฐกิจใหม่ที่เน้นการพึ่งพาตนเองและส่งออกสินค้าที่มีมูลค่าสูงขึ้น โดยเป้าหมายสำคัญคือประเทศในกลุ่ม CLMV+T นั่นก็ คือ กัมพูชา ลาว เมียนมา เวียดนามและไทย โดยธรรมชาติของการลงทุนในต่างประเทศนั้นจะต้องเริ่มจากการค้าขาย โดยเมื่อประกอบกับวิสัยทัศน์ของรัฐบาลมีความชัดเจนที่จะเดินหน้านโยบายตลาดเดียวกันทั้งภูมิภาค (Single market) ตลาดการค้าขายชายแดนในพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษจึงถือเป็นยุทธ์ศาสตร์สำคัญในการกรุยทางไปยังเป้าหมายที่ตั้งไว้

เมืองการค้าปลอดภาษี (Border Town) โดยกระทรวงการคลังเตรียมจะผลักดันให้เกิดขึ้นจะเป็นตัวแปรสำคัญในการเพิ่มการจำหน่ายสินค้าของไทยไปยังประเทศในกลุ่มเป้าหมาย โดยนายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวว่า เตรียมเสนอให้คณะรัฐมนตรีพิจารณาเห็นชอบการจัดตั้งเมืองการค้าปลอดภาษี (Border Town) ในพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษ เพื่อส่งเสริมการค้าชายแดนในพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษ 4 แห่ง คือ สงขลา หนองคาย สระแก้ว และตาก โดยจะเปิดกว้างให้เอกชนทั้งรายเล็กและรายใหญ่เข้ามาค้าขายในเขตปลอดภาษีดังกล่าวได้อย่างเสรี
นอกจากนี้ เขตปลอดภาษีดังกล่าวจะส่งเสริมการค้าชายแดน โดยจะเปิดให้ผู้ประกอบการในประเทศเพื่อนบ้านที่ต้องการซื้อสินค้าสามารถมาสั่งซื้อสินค้าในเขตปลอดภาษีได้ โดยไม่ต้องเดินทางเข้ามาในกรุงเทพฯ ซึ่งจะเป็นการประหยัดเวลาและจะได้ซื้อสินค้าในราคาที่ถูกกว่าปกติด้วย “ซึ่งนโยบายเมืองการค้าปลอดภาษีนั้น หากดำเนินการได้สำเร็จตามเป้าหมายที่ตั้งไว้จะทำให้ประเทศไทยสามารถกระจายสินค้าออกไปยังประเทศเพื่อนบ้านในภูมิภาคอาเซียนได้เพิ่มขึ้น และเมื่อผู้บริโภคในอาเซียนมีความคุ้นเคย และความไว้วางใจในผลิตภัณฑ์และสินค้าที่มีคุณภาพจากประเทศไทย ก้าวต่อไปในการออกไปลงทุนเพื่อตั้งฐานการผลิตยังประเทศเพื่อนบ้านของผู้ประกอบการไทยก็จะมีความสะดวก กลมกลืน ลดแรงต้านในพื้นที่ ภายใต้แนวทางการเติบโตทางเศรษฐกิจแบบไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง”

 

ขอบคุณข้อมูลบางส่วนจาก   thainews.prd.go.th
ภาพประกอบจาก   freepik.com